คำมูล และ คำประสม ภาษาไทย ม.1
🔩 บทเรียนภาษาไทย มัธยมศึกษาปีที่ 1 · หน่วย: การสร้างคำ · ตัวชี้วัด ท 4.1 ม.1/2
เนื้อหาบทเรียน: คำมูล และ คำประสม
อุ่นเครื่องคำใหม่เกิดได้อย่างไร?
น้ำ + แข็ง = น้ำแข็ง
เอาคำมาต่อกัน ได้ความหมายใหม่!
คำมูล
คำดั้งเดิมที่มีความหมายในตัว
อาจมี 1 พยางค์หรือหลายพยางค์ก็ได้
คำยืมก็เป็นคำมูลได้
คำจากภาษาอื่นหลายพยางค์
แยกแล้วไม่มีความหมายในภาษาไทย
จึงนับเป็นคำมูล
ระวัง!แยกพยางค์แล้วไม่มีความหมาย
นา-ฬิ-กา: "ฬิ" ไม่มีความหมาย
จึงเป็นคำมูล ไม่ใช่คำประสม
คำประสม
คำมูล 2 คำขึ้นไปรวมกัน
เกิดความหมายใหม่ที่ยังเกี่ยวกับคำเดิม
คำประสมแบบต่าง ๆ
คำหน้ามักเป็นคำหลัก
คำหลังช่วยขยายความ
คำประสมที่ขึ้นต้นด้วยคำเหล่านี้
นัก ช่าง หมอ ชาว ผู้ เครื่อง
นำหน้าคำอื่น เกิดคำใหม่มากมาย
ตัวอย่างคำประสม หรือ กลุ่มคำ?
"ลูกเสือ" = เด็กในกิจกรรมลูกเสือ (คำประสม)
"ลูกเสือ" = ลูกของเสือ (กลุ่มคำ)
ดูความหมายในประโยค!
ตัวอย่างหางเสือ ≠ หางของเสือ
หาง + เสือ = อุปกรณ์บังคับทิศทางเรือ
ความหมายใหม่ แต่ยังเกี่ยวกับ "หาง" (อยู่ท้ายเรือ)
ทดสอบด้วย 3 คำถาม
ถ้าตอบ "ใช่" ครบ 3 ข้อ = คำประสม
สรุปสรุปบทเรียน
คำมูล = คำเดิม แยกแล้วไม่มีความหมาย
คำประสม = คำมูล + คำมูล → ความหมายใหม่
เคล็ดลับ: แยก-ดูความหมาย-ดูความหมายใหม่
แบบฝึกหัด คำมูล และ คำประสม พร้อมเฉลย
- จริงหรือไม่: คำมูลต้องมีพยางค์เดียวเสมอ
ดูเฉลย
ตอบ: ไม่จริง — คำมูลมีหลายพยางค์ได้ เช่น มะละกอ นาฬิกา - คำว่า "นักเรียน" เกิดจากคำมูลกี่คำ
ดูเฉลย
ตอบ: 2 - จริงหรือไม่: "มะละกอ" เป็นคำประสม เพราะมีหลายพยางค์
ดูเฉลย
ตอบ: ไม่จริง — มะละกอ แยกแล้วไม่มีความหมาย จึงเป็นคำมูลหลายพยางค์
อยากฝึกต่อ? เล่นเกมแบบฝึกหัดบทนี้ ได้คะแนนและดาวทันที
บทนี้อยู่ใน ภาษาไทย ม.1 หน่วย “การสร้างคำ” · ครูและผู้ปกครองพิมพ์ใบงานได้ฟรี