NarWhizเปิดแอป ▶

ประเมินความน่าเชื่อถือของสื่อ ภาษาไทย ม.2

🔍 บทเรียนภาษาไทย มัธยมศึกษาปีที่ 2 · หน่วย: ฟัง ดู พูด · ตัวชี้วัด ท 3.1 ม.2/1, ท 3.1 ม.2/2, ท 3.1 ม.2/3, ท 3.1 ม.2/4 ฯลฯ

📖 เรียนบทนี้ (มีภาพเคลื่อนไหวและเสียง)🎮 เล่นเกมแบบฝึกหัด

เนื้อหาบทเรียน: ประเมินความน่าเชื่อถือของสื่อ

อุ่นเครื่องข่าวนี้จริงไหม?

ข้อความส่งต่อในแชต:

"ดื่มน้ำมะนาวร้อนรักษามะเร็งได้ 100%! แชร์ด่วน!"

หนูจะเชื่อเลยไหม?

ประเมินความน่าเชื่อถือของสื่อ

ใครเป็นผู้ส่งสาร มีความรู้จริงไหม

มีหลักฐาน อ้างอิง และวันที่ไหม

มีผลประโยชน์แอบแฝงหรือเปล่า

ข้อเท็จจริง หรือ ความคิดเห็น

ข้อเท็จจริง: ตรวจสอบได้ เช่น ตัวเลขจากหน่วยงาน

ความคิดเห็น: ความรู้สึกของผู้พูด เช่น "ดีที่สุด"

สื่อมักผสมทั้งสองอย่าง ต้องแยกให้ออก

สัญญาณข่าวปลอม

สังเกตให้ดี ถ้าเจอหลายข้อ ระวังไว้ก่อน

ตรวจสอบอย่างไร

อ่านให้จบ ไม่ใช่แค่พาดหัว

ค้นจากหลายแหล่ง เช่น เว็บหน่วยงานรัฐ สำนักข่าวหลัก

เช็กกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม และดูวันที่ของข่าว

รู้ทันรีวิวและโฆษณา

รีวิวที่ได้ค่าจ้างมักมี #ad หรือ #ได้รับการสนับสนุน

โฆษณาชอบใช้คนดัง และคำว่า "ที่สุด" "ทันที"

ฟังได้ แต่ต้องคิดต่อ

ตัวอย่างตรวจข้อความน้ำมะนาว

ใช้คำถาม 4 ข้อตรวจทีละข้อ

ตัวอย่างเทียบสองแหล่งข่าวฝุ่น PM2.5

ก) รายงานค่าฝุ่นจากกรมควบคุมมลพิษ (Air4Thai) ระบุเวลาตรวจวัด

ข) โพสต์ไม่ระบุชื่อ "พรุ่งนี้ฝุ่นหายแน่นอน"

แหล่ง ก น่าเชื่อถือกว่า เพราะเป็นหน่วยงานที่วัดจริง

ระวัง!ยอดแชร์เยอะ ≠ จริง

ข่าวปลอมมักแพร่เร็วกว่าข่าวจริง เพราะน่าตื่นเต้น

ไลก์และแชร์ไม่ใช่หลักฐาน

ไม่แน่ใจ อย่าเพิ่งแชร์

สรุปสรุป

ถาม 4 ข้อ: ใครส่ง · มีหลักฐานไหม · ทันสมัยไหม · มีผลประโยชน์ไหม

ระวัง: พาดหัวเกินจริง ไม่มีที่มา เร่งให้แชร์

เคล็ดลับ: "หยุด–คิด–เช็ก–ค่อยแชร์"

แบบฝึกหัด ประเมินความน่าเชื่อถือของสื่อ พร้อมเฉลย

  1. จริงหรือไม่: ข่าวที่มียอดแชร์มาก เป็นข่าวจริงเสมอ
    ดูเฉลยตอบ: ไม่จริง — ข่าวปลอมมักแพร่เร็วเพราะน่าตื่นเต้น ยอดแชร์ไม่ใช่หลักฐาน

อยากฝึกต่อ? เล่นเกมแบบฝึกหัดบทนี้ ได้คะแนนและดาวทันที

บทนี้อยู่ใน ภาษาไทย ม.2 หน่วย “ฟัง ดู พูด” · ครูและผู้ปกครองพิมพ์ใบงานได้ฟรี